ดื่มด่ำกับไวน์แดง
วันละหนึ่งถึงสองแก้ว รับประทานปลา 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ แล้วก็ไปนวดคลายเครียดซักอาทิตย์ละครั้ง
โอโหอะไรกันนี่? ฟังดูแล้วช่างน่าตื่นใจเหมือนอยู่ในแดนแห่งฝันหรือเปล่านะ? เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในสูตรสำเร็จของ
ดร.รอส วอล์คเกอร์ เพื่อการมีอายุที่ยืนยาวไปยันอายุเก้าสิบ โดยที่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรงด้วย
เมื่อคุณหมอ รอส วอล์คเกอร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ เจ้าของผลงานหนังสือเรื่อง ทางด่วนสุขภาพ: แอนตี้ออกซิแดนท์ และคุณ กับถ้าหากต้องกินเจ้าแครอทนี่เข้าไปอีกล่ะก็ มีหวังผมบ้าตายแน่ๆ และอื่นๆ อนุญาตให้เราได้เข้าไปพูดคุยถึงงานของเขา และฟังความคิดเห็นในแง่มุมของคุณหมอเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพชีวิตที่ดี ทีมงานAlternateinfoของเรา ก็รีบกระโดด ตระ-ครุบโอกาสงามๆนี้ไว้ทีเดียว
นับเป็นโชคของคุณตวงทิพย์ อรุณไพโรจน์ ทีมงานของเราที่ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ ดร.รอส จีที วอล์คเกอร์ คุณหมอโรคหัวใจชื่อดังจากแดนจิงโจ้ แม้ว่าตารางเวลาของคุณหมอในการมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้จะแน่เอี้ยดก็ตาม
Alternateinfo:
พอจะบอกกับเราได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณหมอจึงเลือกที่จะเป็นหมอโรคหัวใจ?
Dr. Ross: ผมเลือกที่จะทำทางด้านโรคหัวใจเพราะว่า ประการแร โรคหัวใจเป็นโรคที่ทำให้คนตายได้บ่อย
และพบได้มาก และประการที่สองคือ ความเชี่ยวชาญพิเศษด้านนี้สามารถทำอะไรต่างๆ
รวมทั้งช่วยผู้คนได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการศึกษาเฉพาะทางด้านอื่น
Alternateinfo: แล้วทีนี้เราจะทราบได้อย่างไรคะว่าเรามีหัวใจที่แข็งแรงหรือไม่?
Dr. Ross: สิ่งที่ผมทำในคลินิคที่ออสเตรเรียคือเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า
ซีที สแกน (CT Scanning) ซึ่งเราจะถ่ายภาพขณะหัวใจสูบฉีดโลหิตผ่านเส้นเลือดใหญ่ออกไป
ด้วยภาพถ่ายนี้เราสามารถบอกได้ว่าหัวใจของคุณแข็งแรงหรือไม่
Alternateinfo: หมายความว่าถ้าไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างที่บอกนี้ เราจะไม่สามารถรู้เลยหรือคะว่าเราจะเป็นโรคหัวใจหรือไม่?
Dr. Ross: ไม่...ไม่...ไม่...ครับ เอาเป็นว่ายกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีประวัติครอบครัวที่น่ากลัวอย่างคุณพ่อเสียชีวตเมื่ออายุเพียง
40ปีด้วยหัวใจวาย หรือพี่น้องของคุณเข้ารับการผ่าตัดหัวใจที่เรียกว่าการทำบายพาส
นั่นคือคุณมีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคหัวใจ หากระดับคอเลสเตอรอลในเลือดคุณสูงคุณก็เสี่ยง
คุณสูบบุหรี่คุณก็เสี่ยง และถ้าคุณมีปัญหาความดันสูงคุณก็เสี่ยงอีกเช่นกัน เหล่านี้รวมทั้งโรคที่เกี่ยวข้องเช่นโรคเบาหวาน
ล้วนชักนำไปสู่โรคหัวใจทั้งสิ้น แต่บางคนกลับไม่รู้ คุณรู้ไหมว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโรคหัวใจสามารถอธิบายได้ด้วยสิ่งที่ผมกล่าวไปแล้ว
แต่อีก 50 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นอาจเกิดได้จากหลายสิ่ง เช่นในเลือดของเรามีสารอย่างหนึ่งเรียกว่า
ไลโปโปรตีนชนิดเบา (ชนิดหนาแน่นน้อย) หนึ่งในห้าคนในชุมชน จะมีระดับไลโปโปรตีนชนิดเบา
หรือไขมันตัวร้ายในกระแสเลือดสูง ซึ่งถ้าคุณคือคนที่เป็นเช่นนั้น คุณรู้ไหมว่า
คุณมีโอกาสงามๆที่จะเกิดหัวใจวายได้สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยตัวคุณเองก็ไม่มีทางรู้
ซึ่ง คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก เพราะมันเป็นเรื่องของพันธุกรรม
Alternateinfo: สมมุติว่ามีคนในครอบครัวของเราเป็นโรคไขมันอุดตันสมอง
หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ เราเองก็มีโอกาสเป็นเช่นนั้นใช่ไหมคะ?
Dr. Ross: ใช่ครับ
Alternateinfo: แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีคะ?
Dr. Ross: ที่คุณควรทำคือไปตรวจ ซีที สแกนของหลอดเลือดแดงใหญ่ ตรวจหาระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ระดับไลโปโปรตีนชนิดเบา หรือไขมันตัวร้ายในเลือด
และการตรวจอื่นๆที่แตกต่างกันหลายอย่าง นั่นหละคุณถึงรู้ว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงมากหรือน้อย
หากว่าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง คุณไม่เพียงต้องปฏิบัติตนหรือเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ตามที่ผมแนะนำไปแล้วเท่านั้น
คุณยังอาจต้องคอยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดโดยการรับประทานยาบางอย่าง คุณอาจต้องรักษาอาการความดันโลหิต
ต้องรักษาอาการเบาหวาน และมันสำคัญมากทีเดียวหากว่าคุณต้องการมีสุขภาพที่ดีที่สุด
และมีชีวิตยืนยาวไปจนอายุ แปดสิบ เก้าสิบ หรือร้อยปี สิ่งที่คุณต้องทำเพื่ออยู่ดีมีสุขคือรับประทานวิตามิน
วิตามินนั้นสำคัญพอๆกันกับการมีไลฟ์สไตล์ที่ถูกต้อง
Alternateinfo: แล้ววิธีที่จะทำให้เรามีหัวใจที่แข็งแรงล่ะคะ ทำอย่างไร?
Dr. Ross: คุณสามารถมีหัวใจที่แข็งแรงได้โดย
Alternateinfo: จากที่คุณหมอกล่าวมาว่าอาหาร และโภชนาการที่ดี ก็นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่คุณหมอแนะนำเพื่อการมีสุขภาพหัวใจที่ดี ถ้าอย่างนั้นขอให้คุณหมอช่วยแนะนำเรื่องการเลือกรับประทานอาหารว่าอะไรที่ควรเลือก และอะไรที่ควรเลี่ยงคะ
Dr.
Ross: มีอาหารทั้งหมด 5 อย่างที่ควรเลี่ยงคือ:
และอาหารอีก 5 ชนิดที่ควรเพิ่มในเมนูของคุณได้แก่
ก. น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์
ข. ธัญญพืช
ค. ชา
ง. ผักผลไม้
จ. ไวน์แดง
Alternateinfo: คุณหมอคิดว่าวิธีการปรุงอาหารนั้นสำคัญต่อคุณค่าของอาหารหรือไม่คะ?
Dr. Ross: ใช่แน่ครับ วิธีที่ดีที่สุดคือรับประทานใหม่ๆสดๆเลยครับ ยิ่งผ่านกระบวนการมากเท่าไรก็ยิ่งสูญเสียสารอาหารไปมากเท่านั้น
น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ในสังคมชั้นสูงมักได้รับอาหารกลุ่มไขมัน น้ำตาลและโปรตีนจนล้นเหลือ
แต่กลับขาดการบริโภคสารอาหารจำเป็นจำพวก วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุต่างๆ
Alternateinfo: การใช้กากใยอาหาร หรือไฟเบอร์ในเมืองไทยนั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการลดน้ำหนัก
แต่ดิฉันคิดว่ามันน่าจะดีสำหรับหัวใจด้วยใช่ไหมคะ?
Dr. Ross: ใช่ครับ กากใยอาหารนั้นดีมากๆทีเดียว มันช่วยให้อาหารที่ไม่ดีมีเวลาอยู่ในกระเพาะอาหารของเราสั้นลง
ด้วยกากใยเหล่านี้ คุณสามารถกำจัดอาหารออกจากร่างกายได้เร็วขึ้นโดยการขับถ่าย
ทำให้เรากำจัดพวกสารพิษต่างๆได้ หากว่าอาหารไม่ดีเหล่านั้นอยู่ในท้องของเรานานเกินไป
ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารและลำไส้ ดังนั้นคุณดูดเอาอาหารไม่ดี
ความเสี่ยงมะเร็งในกระเพาะอาหาร และเสี่ยงต่อโรคหัวใจออกไปได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการรับประทานกากใยอาหารถึงดีกับเรา
Alternateinfo: ความคิดเห็นของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในความคิดของคุณหมอ....
Dr.
Ross: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคือสิ่งที่เสริมควบคู่ไปกับการมีไลฟ์สไตล์ที่ถูต้อง
โดยตัวของมันเองคงไม่ช่วยทำอะไรมาก ถ้าจะเปรียบก็เหมือนรถยนตร์หากไม่มีล้อก็วิ่งไม่ได้
แต่ถ้ามีแต่ล้ออย่างเดียวมันก็ไปไหนไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นทั้งการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและไลฟ์สไตล์ที่ถูกสุขลักษณะควรจะทำไปด้วยกัน
Alternateinfo: หมายความว่าแม้เราจะมีไลฟ์สไตล์ทีถูกสุขลักษณะแล้วก็ยังไม่พอ
ยังจำเป็นต้องเสริมด้วยวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกหรือคะ
Dr. Ross: อ๋อแน่นอนครับ ผมว่าจำเป็นทีเดียวเลย ผมจะบอกให้ว่าทำไม ปกติคุณจะได้รับสารอาหารในอาหารที่ถูกสุขลักษณะ
เพื่อป้องกันการขาดวิตามิน ซี บี1 บี3 และอื่นๆที่เป็นภาวะขาดอาหารที่พบได้ทั่วไป
แต่ว่าปริมาณวิตามินซีจากอาหารทั่วไปนั้น ไม่มากพอที่จะมาทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
แม้ว่าในน้ำมันมะกอก ชา ผักขผลไม้ และไวน์แดงจะเป็นแหล่งอาหารที่ดีของแอนตี้ออกซิแดนท์
แต่หากคุณต้องการการปกป้องสูงสุดให้พ้นจากโรคหัวใจ และมะเร็งล่ะก็คุณต้องเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มวิตามินแอนตี้ออกซิแดนท์
และต้องเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแหล่งธรรมชาติด้วย ไม่ใช่สังเคราะห์ ดังนั้นที่คุณควรรับประทานก็คือวิตามินอีธรรมชาติ
เบต้าคาโรทีนธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆที่มาจากธรรมชาติ
Alternateinfo: ขอให้คุณหมอช่วยแนะนำวิตามิน และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ควรรับประทานให้ด้วยค่ะ
Dr. Ross: สิ่งที่ผมมักแนะนำให้คนทั่วไปก็คืออาหารเสริมพื้นฐาน ในตอนเช้าให้รับประทานวิตามินซีซัก
500 ถึง 1,000 มิลลิกรัม วิตามินบีรวม กรดโฟลิคราว 400 ไมโครกรัม (โดยปกติควรรวมพวกแคโรทีนอยสผสมที่เป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่สังเคราะห์) ส่วนในตอนเย็นผมขอแนะนำให้รับประทานวิตามินซีอีกหน่อย และวิตามินอีซักราวๆ
400 หน่วยสากล สำหรับตัวผมเองผมก็รับประทานวิตามินที่แตกต่างกันถึงวันละประมาณ
20 เม็ดทีเดียวครับ เช่น โคเอ็นไซม์คิว10 น้ำมันปลา คอนโดรอิติน ซัลเฟตสำหรับข้อต่อของผม
แล้วก็วิตามินอาหารเสริมพื้นฐานอื่นๆที่สำคัญต่อสุขภาพและหัวใจ
Alternateinfo:
เราได้พูดคุยกันมามากทีเดียวนะคะถึงโรคหัวใจ และอาหารเสริมต่างๆ ดิฉันขอทราบความคิดเห็นของคุณหมอเกี่ยวกับโรคทางจิตใจที่ไม่ใช่โรคหัวใจแบบมีอาการทางกายอย่างเช่นพวกโรคเครียดเป็นต้นน่ะค่
Dr. Ross: ผมว่าการที่คุณได้อยู่ในที่ๆน่าอยู่อย่างในประเทศไทยนั้น ถือเป็นโชคดีนะครับ
เพราะที่นี่เป็นประเทศที่มีศาสนาที่ให้ความสำคัญกับทางการสวดมนต์ และการนั่งสมาธิ
อันเป็นสิ่งที่คุณได้พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งนี่ผมคิดว่าเป็นเกราะป้องกันที่ได้ผลชงัดทีเดียวครับ
เมื่อคุณเครียด คุณต้องหาทางลดความตึงเครียดนั้นซะ และควรจะหลีกให้ไกลยาเสพติด
ระวังและงดความโกรธ การอิจฉาริษยา และการมองโลกในแง่ร้าย คุณควรมีการจัดแบ่งเวลาของตนเองในเรื่องเรียน
ทำงาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ต้องปรับปรุงดูแลเรื่องมนุษยสัมพันธ์ (ทั้งกับครอบครัว
เพื่อนฝูง และผู้ร่วมงาน) หาเวลาว่างเพื่อทำงานอดิเรก คิดในสิ่งสร้างสรร เหล่านี้ล้วนดีต่อการรับมือกับความเครียดทั้งสิ้น
ที่จริงแล้วเรายังอยากจะสนทนาภาษาสุขภาพกับคุณหมอรอสต่อ แต่ทว่าคุณหมอจะต้องไปเตรียมตัวเพื่อพูดสัมนาในตอนเย็นที่โรงแรมอมารี เอเตรียม เราจึงต้องยุติการสัมภาษณ์ที่แสนจะมีสาระประโยชน์ และความสนุกสนานนี้ลง แต่เราก็ขอสัญญาว่า เราจะเชิญแขกรับเชิญผู้เปี่ยมล้นความสามารถท่านอื่นๆมาพูดคุยในช่วง Special Talk ของเรา เพื่อนำเสนอสาระ แง่มุมเชิงสุขภาพแด่สมาชิก Alternateinfo อย่างแน่นอนค่ะ