หอบหืด ( Asthama )

 

คำบรรยาย: หอบหืดเป็นความผิดปกติของปอดที่ทำให้ผู้ป่วยมีการหดเกร็งของหลอดลม หรือมีการหดตัวของทางเดินอากาศเกิดได้จากความตรึงเครียดทางอารมณ์ การติดเชื้อ การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่นบ้าน ขนสัตว์หรืออาการหวัด หอบหืดเป็นโรคเรื้อรั้ง ที่กลายเป็นโรคที่พบบ่อยในที่มีมลภาวะของสิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดมากขึ้น

 

หอบหืดในเด็กเล็ก: โรคหอบหืดกลายเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดในการทำให้เด็กๆต้องนอนโรงพยาบาล มีรายงานจากการศึกษาแสดงถึงการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยหอบหืดในวัยเด็กนักเรียนขึ้นเป็น 4 เท่าในกว่า 20 ปีมาแล้ว กว่า 40 % เด็กที่ป่วยเป็นหอบหืดจะแพ้(มีความไว)ต่อสาร่อภูมิแพ้พบได้ในอากาศรอบๆบ้าน และบุตรหลานของคุณสามารถพัฒนาไปเป็นหอบหืดได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

 

อาการ:

  • หายใจสั้น: รู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงหวีด(โดยเฉพาะหายใจออก): เป็นเสียงที่เกิดจากแรงอัดอากาศเพื่อผ่านทางเดินอากาศที่บวมและอุดตันในส่วนต่างๆของปอด อาการนี้จะสังเกตุได้ง่ายมากในผู้ป่วยหอบหืดขั้นรุนแรง
  • ไอ: ไอในเวลากลางคืนเป็นลักษณะของโรคหอบหืด อาการไอเป็นสิ่งที่พบได้เสมอในโรคเกี่ยวกับปอด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะวินิจฉัยว่าอาการไอเกิดขึ้นจากอะไร ถึงแม้ว่าเราจะพบอาการไอในผู้ป่วยหอบหืดมากกว่าโรคปอดอื่น
  • อาการอื่น: การเพิ่มจังหวะชีพจรและการกินยาแก้ไอแล้วไม่หายไอ

 

คำแนะนำ:

 

อาหารที่มีประโยชน์:

 

  • เกลือต่ำ ไขมันต่ำและกากใยอาหารสูง
  • ผักใบเขียวและแครอท
  • ผลไม้ดิบ
  • น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน
  • ถั่วเหลือง

.

 

สิ่งที่ควรหลีกเหลี่ยง:

  • บุหรี่
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนมและไข่และนม
  • ถั่วและช็อคโกแลต
  • ข้าวโพดและข้าวสาลี
  • ไขมันและเนื้อสัตว์
  • ไขมันและเนื้อสัตว์

 

วิตามินและสารอาหาร

  • วิตามิน บี 6: การขาดวิตามิน บี 6 เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยหอบหืด

ขนาดรับประทานในเด็ก: ขนาดรับประทานในเด็ก: 200 ไมโครกรัมต่อวันติดต่อกันนาน 2 เดือน ช่วยลดความรุนแรงของความเจ็บป่วยและลดปริมาณยาที่ใช้ (1, 4, 6)

ขนาดรับประทานในผู้ใหญ่: 25-50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งเพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบของอาการ (1, 3, 7)

  • แมกนีเซียม: การเสริมด้วยธาตุแมกนีเซียมอาจช่วยผู้ป่วยหอบหืดได้ เพราะผู้ป่วยมักมีระดับแมกนีเซียมต่ำ

ขนาดรับประทานในผู้ใหญ่: 200-400 มิลลิกรัมต่อวัน (1-3)

ขนาดรับประทานในเด็ก: รับประทานน้อยลงตามสัดส่วนขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเด็ก (1)

  • วิตามินซี: วิตามินซีช่วยลดแนวโน้มของการหดเกร็งของหลอดลม

ขนาดรับประทาน: 1-2 กรัมต่อวัน หรือ 10 -30 มิลลิกรัมต่อวันต่อน้ำหนักตัว 2 ปอนด์โดยแบ่งรับประทาน (1-3)

·         วิตามินบี 12: รับประทานเสริม 1,500 มิลลิกรัมต่อวันพบว่าช่วยลดปฎิกริยาของหอบหืดได้ (1, 5)

  • ฟลาโวนอยด์ (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) (3)
    -
    เควอร์ซิตัน: 400 มิลลิกรัม, 20 นาทีก่อนอาหาร
    -
    เมล็ดองุ่นสกัด (95 % โอพีซี) : 200 -300 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลา
    -
    ชาเขียวสกัด (50% โพลีฟีนอล): 200 -300 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งหรือดื่มชาจากชาเขียวบ่อยๆ
  • น้ำมันเมล็ดแฟลซ์: 1 ช้อนชาต่อวัน (2)
  • ใบแปะก๊วยสกัด: 80 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง (3)
  • แคโรทีน: 25,000 - 50,000 หน่วยสากล (IU) ต่อวัน (3)
  • ซีลีเนียม: 200 - 400 ไมโครกรัมต่อวัน (3)
  • กรดไขมันโอเมก้า-3: การศึกษาในระดับประชากรแสดงให้เห็นว่าเด็กที่รับประทานปลามากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีอัตราเสี่ยงต่อโรคหอบหืดเพียงหนึ่งในสามของเด็กที่ไม่ได้รับประทานปลาบ่อยๆ มีการศึกษาทางคลินิกวิทยาหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่าการเพิ่มการรับประทานกรดไขมันโอเมก้า-3(ในรูปอาหารเสริมน้ำมันปลาที่มีกรดไอโคซาเพนตาอีโนอิค (อีพีเอ)และกรดโดโคซาเฮกซาโนอิค(ดี เอช เอ) ให้ผลดีอย่างมีนัยสำคัญในการรักษาโรคหอบหืด ()
  • อีฟีดร้า ซินิก้า (หญ้าหางม้า): 500-1,000 มิลลิกรัม(ใช้สมุนไพรทั้งต้น) วันละ 3 ครั้ง (3)
  • ไทโลโพรา แอสมาติก้า: 200 มิลลิกรัมของใบสมุนไพร หรือ 40 มิลลิกรัมของสารสกัดแห้ง(สกัดจากแอลกอฮอล์) วันละ 2 เวลา(3)
  • ลิโคไรซ์ (กลัยเซอร์รีเซีย กลาบ้า): 1-2 กรัมของผงรากบดหรือ 2-4 มิลลิกรัมในรูปสารสกัดของเหลว (สกัดในอัตราส่วน 1:1) หรือ 250 -500 มิลลิกรัมของผงสกัดแห้ง (สกัดในอัตราส่วน 4:1) วันละ 3 ครั้ง (3)