ปัญหาความดันโลหิต

     ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นการขนส่งก๊าซออกซิเจนและสารอาหารขนาดเล็กไปยังเนื่อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ทั่งร่างกายของเรา เพื่อที่จะปั้มเลือดให้หมุนเวียนทั่วร่างกาย จำเป็นจะต้องมีแรงที่ช่วยผลักดันให้เลือดไหลผ่านวาวล์ในเส้นเลือดไปได้ แรงดันนี้เองที่เราเรียกว่า แรงดันโลหิต เมื่อหัวใจเต้น กล้ามเนื้อหัวใจจะบีบตัวเพื่อผลักดันเลือดไปทั่วร่างกาย แรงดันจากหัวใจนี้จะมีต่าสูงที่สุดระหว่างการบีบตัวโดยเราเรียกค่าความดันสูงสุดนี้ว่าความดันซีสโตลิค (systolic pressure) ก่อนการบีบตัวครั้งต่อไปกล้ามเนื้อหัวใจจะคลายตัว จังหวะนี้เองที่ความดันภายในเส้นเลือดจะมีค่าต่ำที่สุด(diastolic pressure) ค่าปกติของความดันซีสโตลิคและไดแอสโตลิคในคนคือ 120 และ 70 มิลลิเมตรปรอท และค่าที่ยอมรับได้ควรอยู่ไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ความดันโลหิตอาจเปลี่ยนไปได้ขึ้นกับอายุและปัจจัยอื่น เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอออล์ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป เลือดแข็งตัว หลอดเลือดแข็งตัว โรคหัวใจและอื่น ๆ เมื่อเราตรวจสอบความดันโลหิตของเรา เราต้องวัดทั้งความดันซีสโตลิค และไดแอสโตลิค ความดันโลหิตนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่บอกสุขภาพของเราได้ มีปัญหาอยู่ 2 อย่างที่เกิดขึ้นกับความดันโลหิตนั่นคือ ความดันโลหิตสูง และความดันโลหิตต่ำ

ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
คำบรรยาย: การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง การมีวิถีการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีเป็นสาเหตุหลักของความดันโลหิตสูง การขาดการออกกำลังกาย ความเครียด ความอ้วน การสูบบุหรี่ และการบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก็สามารถทำให้ความดันขึ้นได้เช่นกัน ความดันโลหิตจะขึ้นสูงเมื่อสภาพอากาศหนาวเย็น ในขณะที่สภาพอากาศอบอุ่นความดันก็จะต่ำลง ความดันโลหิตสูงยังคงเกี่ยวข้องกับโรคภัยไข้เจ็บบางโรค และภาวะบางภาวะด้วย เช่น เบาหวาน ไตวาย และการตั้งครรภ์ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เส้นเลือดแดงตีบแคบลง และจะแข็งขึ้นหรือเลือดไหลเวียนอยู่นั้นข้นขึ้น แล้วมีผลให้หัวใจต้องใช้ความดันอย่างมากในการปั๊มเลือดให้สูบฉีดไปทั่วร่างกาย นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของความดันนี้ยังเป็นอีกปัจจัยหลักของโรคหัวใจวายเฉียบพลัน หรือเส้นเลือดในสมองอุดตันอีกด้วย มีการศึกษาพบว่าความบกพร่องของยีนที่มีผลกระทบต่อความสามารถของไตโดยตรงในการที่จะหลั่งธาตุโซเดียม หรือความบกพร่องอื่นอันมีผลต่อความสามารถหลั่งโซเดียมของไตนั้นมีผลเกี่ยวข้องกับความดันโลหิต
  • ระดับความดันโลหิตที่เข้าใกล้ความดันโลหิตสูง (borderline): 120-160 / 90-94
  • ความดันโลหิตสูงระดับอ่อน (mild): 140-160 / 95-104
  • ความดันโลหิตสูงระดับปานกลาง (moderate): 140-180 / 105-114
  • ความดันโลหิตสูงระดับรุนแรง (severe): 160+ / 115+

อาการ:

  • ความดันโลหิตอย่างอ่อน(mild hypertension) มักไม่ปรากฏอาการ
  • ปวดศีรษะ
  • ความตึงเครียด
  • หายใจสั้น
  • การมองเห็นถูกรบกวน
  • เวียนศีรษะ
  • หน้าแดง
  • หูแว่ว
  • ข้อเท้าบวม
  • นอนไม่หลับ
  • เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • บางครั้งมีอาการเจ็บที่บริเวณหัวใจร่วมด้วย

คำแนะนำ:

  • ลดปริมาณการบริโภคเกลือให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเกลือจะเพิ่มการคลั่งของน้ำในร่างกายอันเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงและอาการบวม
  • ลดการบริโภคน้ำตาลเพราะน้ำตาลจะทำให้มีการเพิ่มพลังงานทำให้อ้วนและความดันสูงขึ้น
  • ลดอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อป้องกันการสะสมเกาะตัวของไขมันในเส้นเลือด
  • เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง และมีโปแตสเซียมสูง
  • งดแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และการสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนัก

 

วิตามินและสารอาหาร:
  • วิตามินบีรวม ช่วยทำให้จิตสงบและมีผลในการผ่อนคลาย ซึ่งมีประโยชน์ในการลดความเครียดอันเป็นต้นเหตุของความดันสูง มีผู้คนจำนวนมากที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่มีความเครียดอย่างหนักด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ทำให้เกิดปัญหาส่วนตัว ความวิตกกังวลในเรื่องงาน หรืออาจพัฒนาไปสู่โรควิตกกังวลได้
  • วิตามินซี: 500-1,000 มิลลิกรัม วันละสามครั้งจะช่วยลดระดับไขมันจากเส้นเลือดแดงแลอวัยวะต่างๆ ในร่างกายและยังมีผลต่อความเครียดด้วย
  • เลซิตินจากถั่วเหลืองจะช่วยลดคอเลสเตอรอลให้ต่ำลงได้ดีกว่าเลซิตินจากไข่
  • โปแตสเซียมช่วยลดน้ำในร่างกาย โปแตสเซียมเป็นแร่ธาตุที่พบมากในผักใบเขียว เมล็ดถั่วแห้ง และผลไม้แห้ง รวมทั้งมะเขือเทศด้วย
  • แคลเซียม: 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง แคลเซียมเป็นสารอาหารอีกตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ในการรักษาความดันโลหิตสูง มีการเผยแพ่รสู่สาธารณะชนของสภาโรงนม(Dairy Council) ในสหรัฐอเมริกาถึงความเป็นไปได้ว่าการรับประทานแคลเซียมมากขึ้นจะลดความดันโลหิตได้
  • แมกนีเซียม: 400 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง
  • วิตามินอี: 400 หน่วยสากลต่อวัน
  • โคเอนไซม์ คิวเท็น: 30 มิลลิกรัม วันละสามครั้ง
  • น้ำมันกระเทียม ถูกพบว่าช่วยลดความดันโลหิตได้ ฉะนั้นหากคุณมีปัญหาจากความดันโลหิตล่ะก็รับประทานกระเทียมดิบให้มากเข้าไว้ Varro E. Tyler ศาสตราจารย์ ปริญญาเอกทางเภสัชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยพรูเดนท์ ทางลาฟาแยกตอนใต้ในมลรัฐอินเดียน่าได้แนะนำให้ใช้กระเทียมแคปซูลที่มีสารอัลลิซิน (allicin) ในปริมาณสูงโดยสารดังกล่าวเป็นสารออกฤทธ์ที่ช่วยลดความดันที่พบในกระเทียม
  • ควรเพิ่มใยอาหารในมื้ออาหารของคุณ เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าใยอาหารนั้นช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอลอันเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง

การรักษาทางเลือก:
  • อะโรมาเธอราปี: มีคำแนะนำมากมายจากนักบำบัดอะโรมาเธอราปี ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยบางอย่างในการบำบัดอาการความดันโลหิตสูง น้ำมันหอมระเหยที่มีประโยชน์มีหลายชนิดเช่น น้ำมันหอมระเหยจากคาโมมายสีฟ้า (Blue chamomile) ลาเวนเดอร์(lavender) มาร์จอแรม(Marjoran) หลาง-หลาง(ylang-ylang) ฮิสโซป(hyssop) และเมลิสสา(melissa)
  • อยูรวีดา: ผลิตภัณฑ์อยูรวีดาบางชนิดเช่น ดาสชา มูลา(Dasha moola) และซาร์ฟาแกนด้า(Sarpaganda) กับลาวูนา(Lasuna) ล้วนใช้ในการบำบัดความดันโลหิตสูง
  • การบำบัดด้วยอาหาร: โดยการเพิ่มการรับประทานธาตุโปแตสเซียมและแมกนิเซียมจะเป็นผลสำคัญในการลดความดันโลหิต อาหารที่แนะนำเพื่อให้ได้ธาตุทั้งสอง คือ ผักและผลไม้สดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วย แตงเมลลอน และผักใบเขียวต่างๆ เซลเลอรี่(คึ่นฉ่ายฝรั่ง) นับเป็นผักที่ดีที่สุดในการลดความดันโลหิต เพราะว่าน้ำมันจากเซลเลอรี่จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมความดันโลหิตนั้นขยายตัวยืดออก จากรายงานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า หนูที่กินเซลเลอรี่ราว 4 ก้านต่อวันจะลดความดันได้โดยเฉลี่ย 13 %
  • การบำบัดด้วยสมุนไพร: การรับประทานกระเทียมถึง 4 กลีบทุกๆ วันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ใบฮาวธอร์น(Hawthorn) สเนครูท อินเดีย(Indian Snakeroot) แครมป์ บาร์ค(Cramp bark) ไลม์ ฟลาวเวอร์(Lime flower) และยาว์โลว์(Yarrow) ก็ล้วนเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาความดันโลหิตสูง
  • โฮมีโอพาธี: การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งสมควร
  • อิมเมเกอร์รี่: คำแนะนำจากผู้ชำนาญโรคจิตที่มีชื่อเสียงบอกว่าให้จิตนาการว่า คุณกำลังสระผม ล้างหน้า และคออย่างช้า ๆ ด้วยก้อนน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ 3-4 ก้อนจากตู้เย็น รับรู้ถึงความเย็นที่ซาบซานไปทั่วรูขุมขน และผ่านกระแสเลือดของคุณตรงไปยังสมอง นึกภาพของก้อนน้ำแข็งเย็นๆ ที่ถูกลูบไล้ผ่านไปที่คอและลำตัว แล้วไปยังนิ้วมือและนิ้วเท้าของคุณ เพื่อบรรเทาอาการความดันของคุณให้ทำเช่นนี้ครั้งละ 3-5 นาที ทำซัก 3 ครั้งต่อวัน หรือเมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกถึงอาการของความดันขึ้น
  • การบำบัดด้วยน้ำผักผลไม้: น้ำผักผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีประโยชน์ต่อคนที่เป็นความดันโลหิตสูงคือ น้ำเซลเลอรี่
  • ท รีเฟล็กซ์โซโลจี: เพื่อการควบคุมความดันดลหิต การทำรีเฟล็กซ์ที่เท้าเป็นสิ่งที่นักรีเฟล็กซ์ดซโลจีแนะนำ
  • การผ่อนคลายและทำสมาธิ: เทคนิคการทำสมาธินั้นมีประโยชน์ในการรักษาความดันโลหิตสูง จากการศึกษามีคำแนะนำว่าการทำสมาธิซัก 20 นาที วันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความดันโลหิตได้
  • โสตบำบัด(การบำบัดด้วยเสียง): คำแนะนำจากนักวิจัยสำหรับการลดความดันโลหิต คือให้ฟังเพลงผ่อนคลายแล้วหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองซึมซับเอาพลังงานเสียงเข้าไว้
  • การใช้สมุนไพรและยาจีน: เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากลมปราณภายใน และการรักษาจะช่วยทำให้พลังหยาง(yang)ที่ตับและปราณในโลหิตให้สงบลง
  • โยคะ: ท่าฝึกโยคะที่มีประโยชน์ในการควบคุมความดันโลหิตสูงคือ ท่าถีบจักรยาน(Tanasan) ท่านอนเหยียด(shavasan) และท่างอไปด้านหน้า(Paschinottanasan)

ความดันโลหิตต่ำ (Hypertension)
คำบรรยาย: ความดันต่ำหรือความดันโลหิตต่ำ คือ การที่ความดันโลหิตลดระดับลงอย่างกระทันหัน อาจเกิดเนื่องจากหัวใจล้มเหลวที่จะรักษาระดับความดันไว้ได้ หรือเกิดจากการขาดของเหลวไหลเวียนอย่างรุนแรงในระบบหมุนเวียนโลหิต ปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตต่ำคือ การอดอาหารเป็นเวลานาน ๆ (มากกว่า 4 สัปดาห์) อาการหลังนั่งเครื่องบินหรือกระสวยอวกาศ การใช้ยาระงับประสาทบางชนิด การอักเสบหรือมีไข้ การเสียเลือดมากกว่าปกติหรือมากจนเกินไป และความผิดปกติในการถ่ายปัสสาวะ
อาการ:
  • หน้ามืดเป็นลม มักเกิดเมื่อยืนขึ้นอย่างกระทันหันจากท่าเดิมที่นั่งอยู่หรือนอนอยู่
  • หน้าซีด
  • อ่อนเพลียและเหนื่อยอ่อน
  • ชีพจรต่ำ
  • ม่านตาขยาย
  • มีอาการเจ็บหน้าอกกระทันหัน
คำแนะนำ:
  • ชาโสมจะมีประโยชน์ในกรณีอ่อนเพลีย
  • ชาขิงจะช่วยกระตุ้นและสนับสนุนระบบหมุนเวียนโลหิต
  • การนอนหลับพักผ่อนให้สนิทและมากๆ จำเป็นทีเดียวเพราะอาการนอนไม่หลับนั้นอาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงได้
  • การรับประทานสมุนไพรบางชนิดมากเกินไปเช่น ดอกเดลฟีเที่ยม(Delphinium flower ) โรโดเด็นดรอน(Rhododendron) และรัสตี้-ลีฟรู(Rusty-leaved Rue) อาจนำไปสู่การลดลงของระดับความดันโลหิตได้
วิตามินและสารอาหาร:
  • ฮาวธอร์น(Hawthorn หรือ Crtaegus monogyna) ผลแห้งของพืชชนิดนี้(ฮาวธอร์น เบอ์รี่) ได้ถูกกล่าวอ้างว่าใช้รักษาความดันโลหิตต่ำได้ ใบของมันก็ใช้ในการปรับความดันโลหิตเช่นกันใช้ได้ทั้งในกรณีความดันโลหิตสูงและต่ำ
การรักษาทางเลือก:
  • อโรมาเธอราปี(Aromatherapy): การนวดด้วยน้ำมัน พริกไทดำ มะนาว เสจ(sage) หรือโรสแมรี่นั้น จะมีประโยชน์ช่วยกระตุ้นและให้ความอบอุ่น
  • การบำบัดด้วยสมุนไพร(Herbal Therapy): สมุนไพรที่ใช้ในการรักษาความดันโลหิตต่ำ คือ บรูม (Broom) ใบและผลฮาวธอร์น(Hawthorn leaf and berry) โอ๊ต (Oats) และคาล่า (Kala)
  • โฮมีโอพาธี (Homeopathy): สมุนไพรที่ช่วยป้องกันอาการหน้ามืดเป็นลมคือ
    - ฌวอร์ราทรัม (Veratrum)
    - อะโคไนท์ (Aconite)
    - คอคคูลัส (Cocculus)
    - เจลซีเนียม (Gelsenium)
  • สมุนไพรและยาจีน (Traditional Chinese Medicine): การรักษาหลักคือ การรักษาการขาดพลังฉี(Qi) ในเลือดและหัวใจ โสม(Ginseng) และตังกุย(Dong Qui หรือAngelica sinensis) จัดเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์


Copyright © 2000 E-sense Ltd.
99/3-4 Ratanachart Bldg. 4th Floor, Moo 8,
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: June 25, 2001