กรดแอลฟา ไลโปอิค

ข้อมูลทั่วไป: กรดแอลฟาไลโปอิค หรือ กรดไลโปอิค เป็นรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า กรดไธออคติค ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติเหมือนกับวิตามิน และนับเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(แอนตี้ออกซิเดนท์) จากธรรมชาติอีกด้วย (1, 8) บางครั้งมีการกล่าวอ้างถึงกรดแอลฟาไลโปอิคว่า เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ครอบจักรวาล (Universal antioxidant) เนื่องด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและในไขมัน (1, 9, 10, 11) กรดไลโปอิคสามารถสร้างขึ้นได้เองในร่างกายของเรา โดยมนุษย์เรามีความจำเป็นที่รักษาระดับของ กรดแอลฟาไลโปอิค ให้สูงเพียงพอต่อร่างกาย เพื่อยังคงรักษาสุขภาพที่สมบรูณ์ (9)

 

แหล่งอาหาร: แม้ว่าร่างกายจะสร้างกรดแอลฟาไลโปอิคได้ แต่ก็จะสร้างในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะนี้เรายังมีความรู้เรื่องแหล่งอาหารของกรดไลโปอิคอย่างจำกัด อย่างไรก็ดีเชื่อกันว่าอาหารที่มีไมโตคอนเดรีย (องค์ประกอบหนึ่งของเซลล์ในร่างกาย) ปริมาณสูง เช่น เนื้อสัตว์ และตับ จะมีกรดไลโปอิคอยู่สูง นอกจากนี้เรายังสามารถพบได้ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

ประโยชน์: กรดแอลฟาไลโปอิคมีส่วนช่วยในการสร้างพลังงานในระดับเซลล์ (2) โดยมันจะทำหน้าที่เป็นโคเอ็นไซม์ (Co-enzyme) ซึ่งจะเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ต้องอาศัยเอนไซม์อีกหลายชนิดในการสร้างพลังงานที่เปลี่ยนจากอาหาร สำหรับไมโตคอนเดียซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าหรือแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ ได้มีการแนะนำให้รับประทานกรดแอลฟา ไลโปอิคเสริมสำหรับ :


  • โรคเบาหวาน(2, 3, 8)
  • โรคหัวใจ (9)
  • เอดส์ (5, 9)
  • ไตบาดเจ็บ (5)
  • ต้อหินและต้อกระจอ (4, 13)
  • อาการบาดเจ็บในเส้นประสาท (17)
  • ใช้ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการแก่ก่อนวัย (1, 2, 9-12)
  • ช่วยนำวิตามิน ซี และ อี รวมทั้งโคเอนไซม์ คิวเท็น กลับมาใช้ใหม่ (9)
  • ความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารที่ตับ (6, 14)
  • ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ (9, 10)
  • ความตึงเครียดทางกายที่เกิดจากอนุมูลอิสระที่มีองค์ประกอบของออกซิเจนไอออนผสมอยู่ (9, 10)
  • ช่วยในเรื่องความจำ (16)

อาการเมื่อขาด: แม้ว่าในการค้นพบครั้งแรกจะคิดว่ากรดแอลฟา ไลโปอิค เป็นเสมือนวิตามินชนิดหนึ่งก็ตาม แต่จากผลงานวิจัยในระยะต่อมาพบว่า มันสามารถสังเคราะห์ได้ในร่างกายของมนุษย์ และด้วยเหตุนี้มันจึงไม่นับเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย จากเหตุผลนี้จึงทำให้ยังไม่มีรายงานถึงผลของการขาดกรดแอลฟา ไลโปอิค ในมนุษย์แต่อย่างใด

 

ขนาดรับประทาน: จากการค้นคว้าวิจัยพิสูจน์ได้ว่า การรับประทานกรดแอลฟาไลโปอิคปริมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน 4 เดือน จะช่วยบำบัดอาการที่เกี่ยวกับความผิดปกติในเส้นประสาทของคนไข้โรคเบาหวานได้ (3) และหากรับประทานวันละ 150 มิลลิกรัมติดต่อกันนาน 1 เดือน จะให้ผลดีในคนที่มีปัญหาความดันในลูกตาจนเกิดเป็นต้อหิน (glucoma) (4) อย่างไรก็ดีมีหมอธรรมชาติบำบัดบางคนแนะนำให้รับประทานในปริมาณต่ำประมาณ 20-50 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระทั่วไป แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ในการพิสูจน์ว่าปริมาณที่รับประทานดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่ (12)


ผลข้างเคียง: อาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้กรดแอลฟา ไลโปอิคนั้นแทบจะไม่มีเลย แต่อาจทำให้เกิดผื่น หรือมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำได้ในคนไข้โรคเบาหวานถ้ารับประทานมากเกินขนาด (12)

 

ปฎิกริยากับสารอื่น: จากการทดลองในหนูพบว่า การได้รับกรดแอลฟา ไลโปอิคติดต่อกันเป็นเวลานานมาก จะกระทบกระเทือนกับการทำงานของไบโอติน (7, 12) ขณะที่ปฎิกริยาในมนุษย์ยังไม่มีรายงาน ปริมาณของกรดแอลฟา ไลโปอิคที่มีความเข้มข้นต่ำจะช่วยเสริมเสถียรภาพของวิตามิน บี 1 แต่ถ้าหากปริมาณความเข้มข้นของกรดแอลฟาไลโปอิคเพิ่มสูงมาก กลับมีผลต่อการเพิ่มการทำลายวิตามินดังกล่าวแทน(17) นอกจากนี้มันยังสามารถทำงานส่งเสริมกันกับกรดแกมม่า ไลโนเลนิค(GLA)ในการรักษาโรคเบาหวานอีกด้วย (18)

 
เอกสารอ้างอิง:
  1. Kagan V., et.al. Antioxidant action of thioctic acid and dihydrolipoic acid. Free Rad Biol Med 1990;9S:15.
  2. Packer L, Witt EH, Tritschler HJ. Alpha-lipoic acid as a biological antioxidant. Free Rad Biol Med 1995;19:227–50 [review].
3. Ziegler D, Ulrich H, Schatz H, et al. Effects of treatment with the antioxidant alpha-lipoic acid on cardiac autonomic neuropathy in NIDDM patients. Diabetes Care 1997;20:369–73.
  4. Filina AA, Davydova NG, Endrikhovskii SN, et al. Lipoic acid as a means of metabolic therapy of open-angle glaucoma. Vestn Oftalmol 1995;111:6–8.
  5. Baur A et al. Alpha-lipoic acid is an effective inhibitor of human immuno-deficiency virus (HIV-1) replication. Klin Wochenschr 1991;69:722–24.
6. Nichols TW Jr. Alpha-lipoic acid: biological effects and clinical implications. Alt Med Rev 1997;2:177–83 [review].
7. Zempleni J, Trusty TA, Mock DM. Lipoic acid reduces the activities of biotin-dependent carboxylases in rat liver. J Nutr 1997;127:1776–81.
8. Ziegler D. and Gries FA. Alpha-lipoic acid in the treatment of diabetic peripheral and cardiac autonomic neuropathy. Diabetes, 1997 Sep; 46 Suppl 2:S62-6.
9. Berkson B. The Alpha Lipoic Acid Breakthrough. 1998 Prima Health, USA.
  10. Perricone N.V. The Use of Topical Ascorbyl Palmitate and Alpha Lipoic Acid for Aging Skin. DCI February 1988: 20-22, 24.
  11. Kagan V., et.al. Dihydrolipoic acid, a universal antioxidant both in the membrane and the aqueous phase. Biochemical Pharmacology. 1992; 44: 1637-1649.
  12. Maitra I., et.al. Alpha-lipoic acid prevents buthionine sulfoximide-induced cataract formation in newborn rats. Free Radical Biologt & Medicine. 1995; 18: 823-829.
  13. Bustamante J., et.al. Alpha-lipoic acid in liver metabolism and disease. Free Radic Biol Med. 1998 Apr; 24(6):1023-39.
  14. Sandhya P., et.al. Role of DL alpha-lipoic acid in gentamicin-induced nephrotoxicity. Molecular and Cellular Biochemistry. 1995;145: 11-17.
  15. Stoll S., et.al. The potent free radical scavenger alpha-lipoic acid improve memory in aged mice: putative relationship to NMDA receptor deficits. Pharmacology, Biochemistry & Behavior. 1993;46: 799-805.
  16. Greenamyre J.T., et.al. The endogenous cofactors, thioatic acid and dihydrolipoic acid, are neuroprotectiveagainst NMDA and malonic acid lesions of striatum. Neuroscience Letters. 1994; 171:17-20.
  17. Ammar H. O. Stability of injection solutions of vitamin B1 Part 2: Influence of lipoic acid. Pharmazie. 1976 Jun; 31(6):373-4.
  18. Cameron N.E., et al. Effect of alpha-lipoic acid on neurovascular function in diabetic rats: interaction with essential fatty acids. Diabetologia. 1998 Apr; 41(4):390-9.


Copyright © 2000 E-sense Ltd.
99/3-4 Ratanachart Bldg. Moo 8, Km 2.7
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: 1 Jun 2001