|
ขนาดรับประทาน:
สำหรับสูตรโบราณดั้งเดิมจะกินกระเทียมแบบสดๆ ทั้งกลีบ คั้นเอาน้ำมาดื่มต้มกินกับนม
หรือนำมาประกอบอาหาร สำหรับกระเทียมรูปแบบอื่นที่ขายอยู่ในท้องตลาดนั้นจะเป็นแบบน้ำมันหรือแบบผง
ซึ่งเมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีให้เลือกบริโภคหลากหลายรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำมันหรือแบบผงแห้งโดยตรง ตอกเป็นเม็ด ใส่แค็ปซูลปลอกแข็ง
หรือบางครั้งก็ใส่แค็ปซูลนิ่ม โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกระเทียมเหล่านี้มักอ้างถึงสรรพคุณของสารตัวหนึ่งที่พบในกระเทียมนั่นคือ
อัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการรักษาที่สกัดได้จากกระเทียม
(1, 3, 4, 6, 9, 12) และอัลลิซินนั่นเองที่เป็นตัวการให้กระเทียมมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ฉุนและรุนแรง
ในอุตสาหกรรมยาจะนำสารตัวอื่นมาใช้แทนอัลลิซิน
(Allicin) สารที่ว่านี้คือ
อัลลิอิน (Alliin) เนื่องจากอัลลิอินเป็นสารประกอบที่ไม่มีกลิ่นของกระเทียม
ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นอัลลิซินได้ภายหลังในร่างกายมนุษย์ (1, 3, 12)
ขนาดรับประทานของกระเทียมถ้ารับประทานแบบสดๆ
ควรทานวันละ
4 กรัม ส่วนขนาดรับประทานที่แนะนำสำหรับกระเทียมที่ขายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปผงควรได้รับวันละ
400-1,200 มิลลิกรัม (1, 9) และถ้าเป็นอัลลิอินสกัดควรเป็น 4-12 มิลลิกรัมต่อวัน
(หรือเทียบเท่าอัลลิซิน 2-5 มิลลิกรัม) (1, 9, 12)
|
|
ปฎิกริยากับสารอื่น:
พบว่าหากรับประทานกระเทียมควบคู่ไปกับน้ำมันปลา
จะให้ผลส่งเสริมกันอย่างดีในการรักษาอาการไขมันคอเลสเตอรอลสูง
และช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (13, 14) นอกจากนี้กระเทียมยังมีปฎิกริยาเสริมกันอย่างรุนแรงกับยาในกลุ่มวอร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
(4, 9) เพราะกระเทียมเองก็ยับยั้งการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือดซึ่งมีผลต่อต้านการแข็งตัวของเลือดเช่นกัน
|