แปะก๊วย (Ginkgo : กิงโกะ)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ginkgo biloba (1-7)

 

ชื่อสามัญ: Salisburya adiantifolia, Maidenhair tree, Forty-coin tree, Pai Kuo Yeh (Chinese), arbreaux quarante ecus (French), Icho (Japanese) (1-4)

 

ข้อมูลทั่วไป: กิงโกะ หรือแปะก๊วย (บางคนเรียกแปะก้วย) เป็นพืชที่เก่แก่ที่สุดในโลก (2) มีกำเนิดอยู่ในช่วงยุคพาลีโอโซอิค แปะก๊วยมีชีวิตอยู่รอดมากว่าสองร้อยล้านปี (4) และสามารถกล่าวได้ว่าแปะก๊วยบางต้นมีอายุมากกว่าไดโนเสาร์เสียอีก ปัจจุบันจะพบต้นกิงโกะหรือแปะก๊วยนั้นปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงาทั่วไปในหลายที่ทั่วโลก เพราะมันเป็นพืชที่อยู่ยงคงกระพันทนทานต่อย่าฆ่าแมลง เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส สิ่งแวดล้อมและมันทนทานแม้ว่าอายุของมันจะมากโขก็ตาม ผู้คนทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าประเทศจีนคือดินแดนต้นกำเนิดของพืชกิงโกะนี้ (2, 4) เมล็ดของแปะก๊วยถูกใช้ในการรักษาสุขภาพและเป็นยาอายุวัฒนะมากว่าพันปี (1) ในประเทศจีนแปะก๊วยถือเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ใช้กันแพ่รหลายในเชิงรักษาโรค แต่สำหรับประเทศทางตะวันตกแล้วมันถูกมองข้ามไปอย่างหน้าตาเฉย อย่างไรก็ดีหลายศตวรรษต่อมา เจ้าพืชจิงโกะหรือแปะก๊วยนี้ได้กลายเป็นพืชที่มีการสนใจทำการศึกษาค้นคว้าในห้องทดลองกันอย่างมาก โดยนักวิทยาศาสตร์ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเยอรมันนี สำหรับในประเทศไทยเมล็ดแปะก๊วยในน้ำเชื่อมนับเป็นของหวานรสเลิศที่มีราคาแพง อันเป็นขนมที่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมกันอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันกลับไม่มีใครสนใจถึงประโยชน์ของใบแปะก๊วยเลย และที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งก็คือ เมื่อมีการทำการศึกษาถึงองค์ประกอบต่างๆทางเคมีของแปะก๊วย ใบของมันกลับมีการนำมาศึกษาในด้านนี้มากกว่าการทำในเมล็ด ราก เปลือกหรือผลของมันเสียอีก จนกระทั่งปัจจุบันใบแปะก๊วยได้ถูกทดลองและทดลองมากมายถึงคุณสมบัติของสารสกัดจากใบแปะก๊วย จะให้ผลดีในการรักษาความผิดปกติในสมอง อาการหลงลืมหรือสมองเสื่อม โรคอัลไซม์เมอร์ (Alzheimer 's disease) และความผิดปกติอันเนื่องมาจากการไหลเวียนโลหิตผิดปกติและอื่นๆ (1-4, 6, 7)

 

ส่วนที่ใช้: ใบ (1-4, 6, 7)

 

ประโยชน์: สารออกฤทธิ์ที่พบในใบแปะก๊วยสกัดนั้นมีผลดีมากมายต่อร่างกาย และในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาใบแปะก๊วยสกัดได้ถูกนำมาใช้ในการควบคุมการไหลเวียนของโลหิตและหลอดเลือด ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นปกติและช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมอง มือ และเท้า (1-4, 7) นอกจากนี้ใบแปะก๊วยสกัดยังมีสารประกอบที่มีหน้าที่เสมือนตัวจับอนุมูลอิสระหรือเป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ (Antioxidant) (1, 4, 7) ซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันการทำลายจากอนุมูลอิสระได้และปัญหาหรืออาการดังกล่าวมักเป็นสิ่งที่เราพบในกลุ่มผู้สูงอายุ โรคหรือภาวะต่างๆที่สามารถใช้ใบแปะก๊วยสกัดในการบรรเทาหรือรักษาได้แก่

 
  • ความจำเสื่อม
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  • โรคอัลไซเมอร์ 
  • โรควิตกกังวล
  • เลื่อนลอย
  • หดหู่ใจ
  • โรคหลงลืมในผู้สูงอายุ
  • หน้ามืดวิงเวียนและหูอื้อ
  • สับสน
  • มึนงง
  • เหนื่อยล้า
  • ปวดหัว
  • อาการขาดพลังงาน
  • โรคตาบางโรค ที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของโลหิต ไปเลี้ยงจอรับภาพที่ตาหรือเรติน่า
  • บรรเทาอาการปวดขาขณะเดินในผู้ป่วยที่มีปัญหาการอุดตันของโลหิตส่วนปลาย

โรคอื่น ๆ ที่แปะก๊วยจะมีประโยชน์ในการรักษาบ้างเหมือนกันเช่นโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ/ตีบ โรคต้อหิน อาการปวดก่อนมีประจำเดือน และภาวะหมดประจำเดือน

 

ขนาดรับประทาน: ผลิตภัณฑ์แปะก๊วยที่มีขายตามท้องตลาดได้แก่ ใบอบ/ตากแห้ง สารสกัดจากใบและสารสกัดจากใบในรูปไฟโตโซม (Phytosome: การนำสารฟอสโฟลิปิดมาเชื่อมกับสารสกัดจากใบแปะก๊วย) ชาแปะก๊วยที่ชงจากใบอบหรือตากแห้งจะช่วยบำรุงสุขภาพและบรรเทาอาการบางอย่างเช่น ช่วยลดความเครียด เพิ่มความแข็งแรงหลังการใช้พลังงานทางเพศ และอื่นๆ (1, 3) ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ ใบแห้ง 6-8 กรัม (2) หากเลือกรับประทานเป็นสารสกัดจากใบต้องเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานคือต้องมีปริมาณสารจิงโกฟลาโวน กลัยโคไซน์ไม่ต่ำกว่า 24 % และสารเทอพีน แลคโต (จิงโกไลด์ และสารบิโลบาไลด์) ไม่ต่ำกว่า 6 % (1-4) ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานสำหรับสารสกัดจากใบแปะก๊วยคือ 120-160 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งรับประทานเป็น2-3 ครั้งต่อวัน (1-3) ให้ผลดีในอาการหน้ามืชดวิงเวียน หูอื้อและอาการที่เกี่ยวข้องกับการอุดตันของเส้นโลหิตแดงตามบริเวณปลายมือปลายเท้า (3) และใช้บรรเทาอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ บำรุง สมอง ควรรับประทานวันละ120-240มิลลิกรัมโดบแบ่งรับประทานเป็น 2 หรือ 3 ครั้งต่อวัน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ซึ่งนำเอาสารสกัดจากใบแปะก๊วยมาเชื่อมเข้ากับสารที่ช่วยในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เรียกว่า กิงโกไพโตโซม(Ginkgo Phytosome) พบว่าแปะก๊วยในรูปไฟโตโซมนี้จะถูกดูดซึมได้ดีที่ลำไส้

 

ความปลอดภัย: การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากใบแปะก๊วยในหนูโดยฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำพบว่าLD50 เท่ากับ 7,725 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวหนู(3) จากผลการทดลองนับได้ว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยนั้นมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ อาจพบมีผลข้างเคียงได้นั้น คือ ปวดหัวและระบบย่อยอาหารไม่ปกติ (1, 2, 7)

 

ปฎิกริยากับสารอื่น: จากฐานข้อมูลการศึกษาถึงปฎิกริยาของใบแปะก๊วยสกัดกับสารอื่นเกือบทั้งหมดนั้นไม่พบว่ามีปฎิกริยาใดๆ แต่ปฎิกริยาที่รายงานพบนั้นพบได้กับยาจำพวกเฮปารินและวอร์ฟาริน (Heparin & Warfarin : ยาป้องกันเลือดแข็งตัว) ไซโคลสปอริน (Cyclosporine : ยากดภูมิคุ้มกันต่ำ) และไฮดดรคลอโรไธอะไซด์ (Hydrochlorothiazide : ยาขับปัสสาวะและลดความดันโลหิต) (2, 5)

 
เอกสารอ้างอิง:
  1. Kleijnen J. and Knipschild P. Ginkgo biloba. Lancet. 1992; 340: 1136-39.
  2. Herbs in Perspective. Complementary Healthcare Council of Australia. pp: 16-17.
3. The Complete German Commission E Monographs-Therapeutic Guide to Herbal Medicines (English Version) 1998. pp:136, 331.
  4. Murray M. and Pizzorna J. Encyclopedia of natural medicine. Revised 2nd edition, 1998, Prima Publishing, USA. pp 170-172, 231-232, 268, 271, 337-339, 398-399, 487-488, 572, 641-642, 674.
  5. Lininger S.W. Appendix 2 Drug interactions by herb or supplement. In: A-Z guide to drug-herb-vitamin interactions. 1999, Healthnotes, Inc., USA. pp: 249-250.
6. Oken B.S., Storzbach D.M. and Kaye J.A. The efficacy of Ginkgo biloba on cognitive function in Alzheimer's disease. Arch Neurol. 1998; 55(11): 1409-1415.
7. Hobbs C. Ginkgo, Elixir of Youth. 1991b, Botanica Press, Santacruz, CA.


Copyright © 2000 E-sense Ltd.
99/3-4 Ratanachart Bldg. Moo 8, Km 2.7
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: 1 Jun 2001