กลูโคแมนแนน/บุก

ข้อมูลทั่วไป: ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ใยอาหารหรือที่เรียกทับศัพท์ว่าไดเอททารีไฟเบอร์ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดน้ำหนัก เพราะผู้คนทั้งหลายเริ่มหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับอาหารที่มีกากใยและกลุ่มอาหารเพื่อหน้าที่ (functional food) รวมถึงความใส่ใจและระแวดระวังถึงอันตรายจากการบริโภคอาหารไขมันสูง การได้รับกากใยต่ำ ภาวะโคเลสเตอรอสสูงและการมีน้ำหนักตัวเกินขนาด กลูโคแมนแนนจัดเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้เตรียมได้จากหัวมันบุกหรือที่ฝรั่งเรียกกันว่าหัวคอนแจ็ค (มีชื่อทางวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่ม Amorphophallus spp.) (2, 8, 14, 15) หัวมันบุกนับเป็นพืชที่มีหลากหลายพันธุ์พบได้ในแถบทวีปแอฟริกา แถบบริเวณออสเตรีย-แปซิฟิกและในทวีปเอเซีย แต่สายพันธุ์ที่เรียกว่า "คอนแจ็ค" นั้นถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีคริสต์ศักราช 1979ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาให้มีปริมาณของกลูโคแมนแนนต่อหัวสูง (8) ปัจจุบันคอนยัคคุมิได้เป็นเพียงแค่อาหารที่กินในการดำรงชีวิตประจำวันเท่านั้น หากยังถูกจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจอีกด้วย

 

แหล่งอาหาร: กลูโคแมนแนนสามารถเตรียมได้จากแหล่งอาหารธรรมชาติคือ หัวมันบุก ใบว่านหางจรเข้ ยีสต์ และอื่นๆ แต่แหล่งอาหารที่ให้ปริมาณกลูโคแมนแนนสูงที่สุดคือจากหัวมันบุก สายพันธุ์คอนแจ็ค ปัจจุบันมีขายตามท้องตลาดทั้งในรูปของผงแห้ง ตอกเป็นเม็ด ใส่แค็ปซูล ทำเป็นอาหารพร้อมปรุงในรูปวุ้น และเป็นก้อน นอกจากนี้ยังมีการนำเอากลูโคแมนแนนไปเสริมในผลิตภัณฑ์อาหารหลายรูปแบบ เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มกากใยในอาหารนั้นๆ เช่น ผสมในน้ำชา น้ำผลไม้ ซุปและซุปสำเร็จรูป ไส้กรอก เส้นหมี่/ก๋วยเตี๋ยว ปลาบด ขนมปังและอาหารอื่นอีกหลากชนิด กลูโคแมนแนนยังถูกนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมโดยทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มปริมาณหรือเพิ่มเนื้อและใช้เป็นสารทดแทนไขมัน

 

ประโยชน์: คุณสมบัติพื้นฐานของกลูโคแมนแนนนั้นเหมือนกันกากใยอาหารทั่วไป แต่ว่ากลูโคแมนแนนจะให้ผลดีมากกว่าชนิดอื่น กลูโคแมนแนนมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำสูง ซึ่งเอื้อประโยชน์อย่างดีต่อการพองตัวเป็นเจล ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาตรหรือเพิ่มเนื้อที่ในกระเพาะอาหารของเราทำให้รู้สึกอิ่ม (2, 14, 15) กลูโคแมนแนนใช้ในการรักษาโรคอ้วนอย่างรุนแรงทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ (22, 23) ซึ่งเจ้าใยอาหารมหัศจรรย์นี้มีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษาสุขภาพดังนี้

 
  • ใช้ในโรคอ้วน (3, 4, 6, 11, 22, 23)
  • เบาหวาน (2, 3, 16)
  • ไขมันโคเลสเตอรอสและไตรกลีเซอไรด์สูง (3, 8, 18)
  • ท้องผูก (8, 19, 25, 26)
  • ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (18)
  • โรคความดันโลหิตสูง (5)

อาการเมื่อขาด: มีนักโภชนาการหลายท่านได้แนะนำให้ประชาชนหันมาใส่ใจเพิ่มกากอาหารในทุกมื้อของการบริโภค ด้วยกากใยอาหารนั้นไม่ให้พลังงาน เพราะน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายใยอาหารได้ แต่แบคทีเรียในลำไส้ของเรานั้นสามารถย่อยสลายกากอาหารเหล่านี้ แล้วให้สารอาหารที่มีประโยชน์กับเรา และถึงแม้ว่ากากใยอาหารจะให้ประโยชน์กับร่างกายสารพัด แต่ก็ยังไม่มีรายงานระบุถึงการขาดกลูโคแมนแนนแต่อย่างไร

 

ขนาดรับประทาน: จากการศึกษาของ Walsh และเพื่อนร่วมงานถึงผลของการใช้กลูโคแมนแนนในผู้ป่วยโรคอ้วน พบว่าขนาดรับประทานที่ช่วยลดน้ำหนักตัวในกลุ่มคนไข้ดังกล่าวคือ วันละ500-1,500 มิลลิกรัม (20) พบว่าการรับประทานกลูโคแมนแนน 1.5 กรัมวันละ 2 ครั้งเป็นเวลานานแปดสัปดาห์ติดต่อกันจะช่วยให้คนไข้มีน้ำหนักตัวลดลงจากเดิม 1.5 กิโลกรัม ในสิ้นสัปดาห์ที่ 4 และลดลงเป็น2.2 กิโลกรัมในสิ้นสัปดาห์ที่ 8 (7) ในการรักษาโรคอ้วนชนิดรุนแรงต้องใช้กลูโคแมนแนนถึงวันละ12-18กรัม (2-3) มีการทดลองพบว่าการรับประทานกลูโคแมนแนน 3-4 กรัมต่อวันจะเพิ่มการขับถ่ายประจำวันซึ่งนับเป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาท้องผูก (19) กลูโคแมนแนนจะให้ผลที่สูงสุดนั้นขึ้นกับผลของการทดลองการพองขยายตัว อันเนื่องมาจากความสามารถในการอุ้มน้ำของมัน ดังนั้นจึงแนะนำว่าถ้าบริโภคกลูโคแมนแนนให้ได้ผลควรดื่มน้ำตามไปในเป็นปริมาณมากๆ จากการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานพบว่าการรับประทานกลูโคแมนแนนวันละ 3.6-7.2 กรัม ติดต่อกันนาน 90 วันจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลกลูโคสได้ถึง 29 % และยังทำให้ใช้สารอินซูลินหรือสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงด้วย (2)

 

ผลข้างเคียง: ผลข้างเคียงจากความเป็นพิษของกลูโคแมนแนนนั้นไม่เคยปรากฎมีรายงานพบ แม้จะมีการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน ปัญหาเดียวที่พบในการรับประทานกลูโคแมนแนนคือ การรับประทานกลูโคแมนแนนชนิดตอกเม็ดแล้วเกิดการอุดตันขึ้น (27) ปัญหาการอุดตันที่พบนี้เกิดจากผู้เคราะห์ร้ายได้บริโภคกลูโคแมนแนนชนิดตอกเม็ด แล้วมีการอืดพองตัวระหว่างกลืนจึงไปอุดตันที่หลอดอาหาร และมีพบในบางกรณีเกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง จากรายงานดังกล่าวทำให้กลูโคแมนแนนชนิดตอกเม็ดถูกห้ามจำหน่ายในประเทศออสเตเรีย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปีคริสต์ศักราช 1985 (พ.ศ. 2528) อย่างไรก็ตามยังคงยอมให้กลูโคแมนแนนชนิดผงและชนิดแคปซูลมีจำหน่ายได้ต่อไป

 

ปฎิกริยากับสารอื่น: ตามปกติกากใยอาหารทั่วไปมักมีปฎิกริยาเกี่ยวข้องกับการดูดซึมเกลือแร่บางชนิดอยู่แล้ว แต่สำหรับกลูโคแมนแนนนับว่าเป็นกากใยอาหารที่เกิดปฎิกริยาดังกล่าวน้อยที่สุด

 
เอกสารอ้างอิง:
  1. Schneeman B.O. and Gallaher D.D. Dietary Fiber. In: Present Knowledge in Nutirtion. 6th edition Brown M.L., editor. International Life Sciences Institute Nutrition Foundation, Washington D.C. 1990, pp.: 80-87.
  2. Doi K, Matsuura M, Kawara A, and Baba S. Treatment of diabetes with Glucomannan (Konjac Mannan). The Lancet, May 5, 1979: 987-988.
3. Vorster H.H. Possible mechanisms through which Konjac-Glucomannan could influence lipid metabolism and plasma fibrinogen levels. Marrakech Conference on Phytomedicine 1989.
  4. Joubaud F. and Boucher L. Results of treatment with Konjax combined with a hypocalorific diet in 39 cases of obesity. Marrakech Conference on Phytomedicine 1989.
  5. Reffo G.C., Ghirardi E., and Forattini C. Glucomannan in hypertensive outpatients: pilot clinical trial. Current Therapeutic Research, Vol.44, No. 1, July 1988:22-26.
6. Doi K. Effect of glucomannan (Konjac fiber) on glucose and lipid metabolism. Marrakech Conference on Phytomedicine 1989.
7. Reffo GC., et al. Double-blind evaluation of glucomannan versus placebo in postinfracted patients after cardiac rehabilitation. Curr Ther Res. May 1990; 40: 753.
8. Singhavanich C. and Patanawong S. Glucomannan production and application in health food. IFI NR.6 1992: 25-28.
9. Garcia M.J., et.al. Physicochemical comparison of the dietary fibers glucomannan, galactomannan, carboxymethylcellulose, pectin, and wheat barn. Current Therapeutic Research, Vol.43, No. 6, June 1988:1010-13.
  10. Vilkas E. and Radjabi-Nassab F. The glucomannan system from Aloe vahombe (liliaceae). III. Comparative studies on the glucomannan components isolated from the leaves. Biochimie, Sep 1986; 68(9):1123-7.
  11. Rosado JL. and D`iaz M. Physico-chemical properties related to gastrointestinal function of 6 sources of dietary fiber. Rev Invest Clin, Jul-Aug 1995 ; 47(4):283-9.
  12. Blenford D.E. Cellulose: an underutilised dietary fiber. IFI NR.6 FIE, 1992: 2-6.
  13. Broek A. and Landbouwraad. Functional food: The Japanese Approach. IFI NR. ฝ, 1993: 4-9.
  14. Food indurtry ad-hoc working group on dietary fiber. Defining dietary fiber for nutrition labelling purposes. IFI NR. 1/2, 1994: 46-49.
  15. Tye, R.J. Konjac Flour: Properties and Applications. Food Technology. March 1991: 87-92.
  16. Renard E. Adjuvant Treatment with Alimentary Fiber in Diabetes Mellitus and Carbohydrate Intolerance: Applications to the study of glucose metabolism modifications induced by glucomannan (Konjax). Marrakech Conference on Phytomedicine 1989.
  17. Pondérrales S. Konjax glucomannane le support nouveau du régime. Laboratories Gerbiol. Paris.
  18. Dei Cas L., Metra M., La Canna G. and Nodari S. Overweight and cardiovascular risk facters: use of non-absorbable polysaccharides and glucomannan. Marrakech Conference on Phytomedicine 1989.
19. Marsicano LJ, Berrizbeitia ML and Mondelo A. Use of glucomannan dietary fiber in changes in intestinal habit. G E N, Jan-Mar 1995; 49(1):7-14.
20. Walsh DE, Yaghoubian V and Behforooz A. Effect of glucomannan on obese patients: a clinical study. Int J Obes, 1984; 8(4):289-93.
21. Ogawa K., et al. Immunochemical analysis of the glucomannan from Candida utilis. Agric Biol Chem, Mar 1990; 54(3):593-7.
22. Livieri C, Novazi F and Lorini R. The use of highly purified glucomannan-based fibers in childhood obesity. Pediatr Med Chir, Mar-Apr 1992; 14(2):195-8.
23. Vita PM., et al. Chronic use of glucomannan in the dietary treatment of severe obesity. Minerva Med, Mar 1992; 83(3):135-9.
24. Rosado JL and D`iaz M. Physico-chemical properties related to gastrointestinal function of 6 sources of dietary fiber. Rev Invest Clin, Jul-Aug 1995; 47(4):283-9.
  25. Passaretti S., et al. Action of glucomannans on complaints in patients affected with chronic constipation: a multicentric clinical evaluation. Ital J Gastroenterol, Sep-Oct 1991; 23(7):421-5.
  26. Signorelli P, Croce P and Ded`e A. A clinical study of the use of a combination of glucomannan with lactulose in the constipation of pregnancy. Minerva Ginecol, Dec 1996; 48(12):577-82.
  27. Henry DA., et al. Glucomannan and the risk of esophageal obstruction. Br Med J. 1986; 292(6520): 591.


Copyright © 2000 E-sense Ltd.
99/3-4 Ratanachart Bldg. Moo 8, Km 2.7
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: 1 Jun 2001