|
ข้อมูลทั่วไป:
องุ่นเป็นไม้ยืนต้นชนิดเถาเลื่อยหรือไม้เลื่อย ผลมีเนื้อมากนุ่ม ผลองุ่นมีการเรียงตัวเป็นพวงยาวขนาดใหญ่
(6-9) องุ่นหรือมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vitis vinifera นี้ได้ถูกนำมาศึกษาถึงองค์ประกอบและคุณสมบัติทางเคมีตั้งแต่ยุคต้นๆของศตวรรษที่
20 จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันซึ่งทำให้พบว่าองุ่นในสายพันธุ์ที่ต่างกันจะมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันไปด้วย
จากการศึกษาทำให้เรารู้จักสารประกอบทางเคมีจำนวนมากที่สกัดแยกได้จากส่วนต่างๆขององุ่นไม่ว่าเป็นใบ
ผล หรือว่าส่วนอื่นๆของต้นองุ่นแต่ในจำนวนสารประกอบทั้งหลายเหล่านี้ มีสารประอบที่น่าสนใจที่สุดที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นคือโอพีซี
(OPC) ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์โดเด่นในเชิงการรักษาโรค สารโอพีซีเป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบได้ในพืชทั่วไป
(1, 4) ที่มีชื่อเรียกมากมายหลายชื่อ เช่น โปรแอนโธไซยานิดินส์ (proanthocynaidins),
ลิวโคแอนโซไซยานินส์ (leucoantho cynanins), โปรไซยานิดินส์ ( procyanidins),
พิคโนจีนอล (pycnogenol) เป็นต้น (1, 2, 5) แหล่งของโอพีซีจากธรรมชาติได้แก่พืชต่างๆซึ่งพืชต่างๆซึ่งพืช
2 ชนิดที่นับว่าเป็นแหล่งสำคัญและได้รับความนิยมในการสกัดโอพีซี คือ เมล็ดองุ่นและเปลือกสน
สารออกฤทธ์สำคัญที่สกัดได้จากเมล็ดองุ่นนี้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางค์
|
|
ประโยชน์:
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะมีปริมาณสารโอพีซีสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและต่อต้านความเสื่อมสภาพของหลอดเลือด
โดยสารโอพีซีจะมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถจับตัวได้ดีกับสารที่มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง
และยืดหยุ่นให้เส้นเลือดจำพวกอีลาสติกไฟเบอร์(Elastic fiber) ได้แก่ คอลลาเจน
(Collagen)และอีลาสติน (Elastin) (18-22, 30-32) ซึ่งจะช่วยให้เลือดมีคุณสมบัติทางชีวเคมีได้ดีขึ้น
(17) และเอื้อประโยชน์ต่อการบำบัดรักษาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นเลือดหลายชนิด
เช่น เส้นเลือดฝอยเปราะ การขาดเลือดมาเลี้ยงเส้นเลือดส่วนปลาย เช่น ตามแขนขาชนิดเรื้อรั้ง(18-22,
30-32) นอกจากนี้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นที่มีโอพีซีปริมาณสูง ยังมีคุณสมบัติเป็นแอนตี้อกกซิแดนนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมาก
ซึ่งจะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระไม่ให้ไปส่งผลต่อกระบวนการเร่งการแก่ก่อนวัย จึงทำให้เมล็ดองุ่นสกัดถูกนำมาประยุกต์ใช้ในวงการเครื่องสำอางค์
(5, 24-26) เมล็ดองุ่นสกัดใช้เป็นสารอาหารเสริมสำหรับ
|