ไลโคพีน/มะเขือเทศสกัด

คำบรรยาย: ไลโคพีน (Lycopene) จัดเป็นสารในกลุ่มคาโรทีนอยส์ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับเบต้าแคโรทีน (Beatacarotene) สารไลโคพีนนี้เป็นรงควัตถุที่พบในผักและผลไม้เช่นเดียวกับคาโรทีนอยด์ตัวอื่น ๆ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ไลโคพีนพบได้มากเป็นพิเศษในมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆที่มีมะเขือเทศเป็นองค์ประกอบ (1) ในน้ำเลือดของมนุษย์เรามีสารจำพวกคาโรทีนอยส์เป็นองค์ประกอบอยู่หลายชนิด ซึ่ง 50 เปอร์เซนต์ของทั้งหมดนี้เป็นไลโคพีน นอกจากนี้เรายังพบไลโคพีนสะสมอยู่ในส่วนต่างๆของร่างกาย โดยพบมากที่อัณฑะ ต่อมหมวกไต และต่อมลูกหมาก (1) ไลโคพีนจัดเป็นสารประกอบที่ละลายในไขมัน หลังจากการรวมตัวกับน้ำดีแล้วไลโคพีนจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายที่ลำไส้เล็กไปพร้อมๆกับอาหารจำพวกไขมัน และด้วยความสามารถอย่างสูงสุดในการกำจัดออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยวที่เป็นสาเหตุของการทำลายเซลล์ในร่างกาย และการเกิดโรคเสื่อมสภาพต่างๆ ทำให้ไลโคพีนจัดเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่แรงตัวหนึ่งตัวหนึ่ง (1-7)

 

แหล่งอาหาร: แหล่งของไลโคพีนจากอาหารคือมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ เช่น มะเขือเทศกระป๋อง ซอสมะเขือเทศ และมะเขือเทศสกัด เป็นต้น (1, 2, 4) มีรายงานผลการวิจัยสารไลโคพีนในมะเขือเทศพบว่า ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์อื่นที่มีมะเขือเทศเป็นองค์ประกอบหลัก จะมีสารไลโคพีนเป็นองค์ประกอบหลักจะมีสารไลโคพีนเป็นองค์ประกอบอยู่มากกว่าในผลมะเขือเทศดิบๆสดๆเสียอีก (1, 4) ผลไม้อื่น ๆที่พบไลโคพีนได้ คือ แตงโม เกรฟฟรุต ฝรั่ง และมะละกอ (1) นอกจากนี้ก็ยังพบไลโคพีนในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารขายตามท้องตลาดทั่วไป

 

ประโยชน์: เนื่องจากคุณสมบัติในการเป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ คุณสมบัติในการป้องกันและต่อต้านเซลล์ที่ผิดปกติ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายมุ่งที่จะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไลโคพีนกับมะเร็งและเนื้องอกหลายชนิด จากการศึกษาระบาดวิทยาในช่วงต้นที่ทำกับผู้สูงอายุชาวอเมริกาชี้ให้เห็นว่า การรับประทานมะเขือเทศปริมาณมาก จะให้ผลอย่างมีนัยสำคัญในการลดการตายจากมะเร็งในทุกส่วนของร่างกายได้ถึง 50 % (2) การบริโภคไลโคพีนได้รับการยืนยันแล้วว่าช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งหลายรูปแบบ ดังต่อไปนี้

 
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก (1-4)
  • มะเร็งในกระเพาะอาหาร (1, 2, 4)
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ (1, 2, 4)
  • มะเร็งที่บริเวณไส้ตรง (1, 2, 4)
  • มะเร็งปากมดลูก (1, 2, 4)
  • มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ (1, 2, 4)
  • มะเร็งผิวหนัง (1, 2, 4, 6)
  • มะเร็งที่ตับอ่อน (1, 2, 4)

นอกจากนี้ยังมีภาวะอื่นๆมีความสัมพันธ์กับไลโคพีนอีกคือ


  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) (1)
  • โรคหัวใจ (1, 5)
  • การเสื่อมของกล้ามเนื้อลูกตา ในผู้สูงอายุ(AMD)(1)
  • โรคพาร์คินสัน (1, 7)
  • ภาวะการติดเชื้ออื่นๆ (1)

อาการเมื่อขาด: เช่นเดียวกับสารพวกคาร์โรทีนอยส์ตัวอื่นๆไลโคพีนเองก็ยังไม่มีการรายงาน ปัจจุบันรายงานถึงการขาด แต่อย่างไรก็ตามการมีระดับไลโคพีนในเลือดต่ำจะพบได้ในผู้สูงอายุและคนไข้มะเร็งต่างๆ (1)

ขนาดรับประทาน: ขนาดรับประทานที่แน่นอนของไลโคพีนนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ แต่แต่อย่างไรก็ดีจากคำแนะนำของทั้งนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย กล่าวว่าขนาดรับประทานในการป้องกันมะเร็งคือประมาณ 6.5 มิลลิกรัมต่อวัน (2, 3, 4, 8)

ผลข้างเคียง: ไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียงที่เกิดจากการบริโภคไลโคพีนในปริมาณมาก ๆ

ปฎิกริยากับสารอื่น: การดูดซึมและการนำไปใช้ของไลโคพีนและคาโรทีนอยส์ตัวอื่นๆในร่างกายนั้น จะดำเนินไปกับอาหารจำพวกไขมัน โปรตีน และวิตามินอี การดูดซึมหรือการนำไปใช้ จะถูกกดเมื่อมีไขมันที่หืนและสารที่ทำให้เกิดปฎิกริยาออกซิเดชั่น(ปฎิกริยาการเติมออกซิเจน)ในอาหาร และการดูดซึมไลโคพีนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเราได้รับอาหารที่มีไขมันปริมาณต่ำมากๆ(น้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน)

 
เอกสารอ้างอิง:
  1. Gerster H. The Potential Role of Lycopene for Human Health. J Am College Nutr. 1997; Vol. 16, No., 2: 109-126.
  2. Colditz GA, Branch LG, Lipnick RJ. Increased green and yellow vegetable intake and lowered cancer deaths in an elderly population. Am J Clin Nutr., 1985; 41: 32-36.
3. Giovannucci E, et al. Intake of crotenoids and retinol in relation to risk of prostate cancer. J Natl Cancer Inst., 1995; 87: 1767-1776.
  4. Giovannucci E. Tomatoes, Tomato-Based Products, Lycopene, and Cancer: Review of the Epidemiologic Literature. J Natl Cancer Inst., 1999; 91, 4: 317-331.
  5.

Fuhrman B., Elis A., and Aviram M. Hypocholesterolemic Effect of Lycopene and b-Carotene Is Related to Suppression of Cholesterol Synthesis and /augmentation of LDL Receptor Activity in Macrophages., 1997; 233: 658-662.

6.

Ribayo-Mercado JD, et al. Skin lycopene is destroyed preferentially over b-carotene during ultraviolet irradiation in humans. J Nutr., 1995; 125: 1854-1859.

7.

Jiménez-Jiménez FL, et al. Serum levels of b-carotene and other carotenoids in Parkinson’s disease. Neuroscience Letters., 1993; 157: 103-106.

8. Lininger S, et al. Lycopene. In: The Natural Pharmacy, Prima Health, USA, 1998; pp: 180-181.


Copyright © 2000 E-sense Ltd.
99/4-5 Ratanachart Bldg. 4th Floor, Moo 8,
Bangna-Trad Rd., Bangkok 10260, Thailand


Reviewed: 5 December 2000